ความจริงในมุมมองที่แตกต่าง

วิเคราะห์เจาะลึกสถานการณ์โลก โดย อิมามคอเมเนอี

1,042

สำนักข่าว IMM :ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จากคำปราศรัยต่างๆ ท่านอายะตุลลอฮ์คอเมเนอี ได้ชี้ถึงเหตุการณ์และสถานการณ์ต่างๆ ในภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาของประเทศอิรัก ท่านได้วิเคราะห์ถึงเป้าหมายและกลยุทธ์ต่างๆ ของศัตรู และแนวทางที่จะหลุดพ้นออกจากมัน ซึ่งสามารถประมวลให้เห็นได้ดังต่อไปนี้

 

1. จงรู้จักศัตรูที่แท้จริง

หน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยสืบราชการลับของตะวันตก : “วันนี้ มีคนกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในส่วนต่างๆ ของโลกอิสลามที่เรียกว่า กลุ่มตักฟีรีย์ วะฮ์ฮาบีและซะละฟีย์ พวกเขากำลังพยายามต่อต้านอิหร่าน ต่อต้านชาวชีอะฮ์ ต่อต้านแนวทางชีอะฮ์ พวกเขากำลังกระทำสิ่งต่างๆ ที่เลวร้ายและน่าเกลียด แต่พวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่ศัตรูหลัก ทุกคนทราบดีในสิ่งนี้ พวกเขากำลังแสดงความเป็นศัตรู กำลังแสดงความโง่เขลา แต่ทว่าศัตรูหลักนั้นคือผู้ที่กำลังปลุกปั่นบุคคลเหล่านี้อยู่ คือผู้ที่ให้เงินแก่พวกเขา ผู้ที่เมื่อแรงกระตุ้นของบุคคลเหล่านี้อ่อนแอลงเพียงเล็กน้อย พวกเขาก็จะใช้วิธีการต่างๆ เพื่อเป็นแรงกระตุ้นให้แก่บุคคลเหล่านี้ ศัตรูหลักคือผู้ที่คอยหว่านเมล็ดพันธ์ของความแตกแยกและความขัดแย้งในหมู่กลุ่มคนที่โง่เขลาและขาดความรู้เหล่านี้ และในหมู่ประชาชนอิหร่านผู้ถูกกดขี่ พวกเหล่านี้คือมือที่มองไม่เห็นของหน่วยงานต่างๆ ด้านความมั่นคงและหน่วยสืบราชการลับ (ของศัตรู)”(14/3/1393)

“เราสามารถมองเห็นมือต่างๆ ของศัตรูได้ และเชื่อมั่นว่ามือที่ชั่วร้ายของบรรดาหน่วยงานด้านความมั่นคงและสายลับของรัฐบาลต่างๆ ที่เป็นศัตรูกับอิสลามนั้นมีบทบาทอย่างแน่นอนในการสร้างปัญหาและความทุกข์ยากเหล่านี้ให้เกิดขึ้นกับชาวมุสลิม ไม่ว่าจะโดยตรงหรือทางอ้อม พวกเขากำลังจัดฉาก (สิ่งเหล่านี้) ให้เกิดขึ้น ดังเช่นที่เรากำลังเห็นอยู่ เครื่องบ่งชี้และหลักฐานต่างๆ ของมันก็เป็นที่ชัดเจน” (8/4/1393)

15

 

2. กลยุทธ์ต่างๆ ของศัตรูคืออะไร

(ก) การสร้างความขัดแย้งทางด้านชาติพันธุ์และนิกาย : “ปัจจุบันนี้บรรดาศัตรูจะเผชิญหน้ากับอิสลามอย่างเปิดเผย การเผชิญหน้าของพวกเขาในขั้นแรกนั่นก็คือ การอาศัยการสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น ความขัดแย้งที่ลุ่มลึกที่สุดและอันตรายที่สุดก็คือ ความขัดแย้งต่างๆ ทางด้านความเชื่อและความศรัทธา ปัจจุบันการปลุกปั่นด้านความศรัทธาและความเชื่อ เพื่อทำให้มุสลิมห้ำหั่นชีวิตกันเองนั้น ถูกกระทำโดยมือทั้งหลายของลัทธิจักรวรรดินิยม คนกลุ่มหนึ่งจะกล่าวหาคนอีกกลุ่มหนึ่งว่าเป็นผู้ปฏิเสธอิสลาม (กาฟิร) คนกลุ่มหนึ่งชักดาบขึ้นมาห้ำหั่นคนอีกกลุ่มหนึ่ง แทนที่พี่น้องจะร่วมมือกันและจับมือกัน กลับไปจับมือกับบรรดาศัตรูเพื่อทำลายพี่น้องของตนเอง สร้างสงครามระหว่างชีอะฮ์และซุนนี่ขึ้น และเพิ่มการปลุกปั่นต่างๆ ทางด้านชาติพันธุ์และนิกายให้มากยิ่งขึ้น” (6/3/1393)

(ข) การสร้างสงครามตัวแทน : “นโยบายของบรรดาศัตรูอิสลามก็คือการที่พวกเขาจะทำการเข่นฆ่าพี่น้องกันเองและสร้างสงครามภายในให้เกิดขึ้นในประเทศอิสลาม ในท่ามกลางสังคมมุสลิมและในหมู่ประชาชาติอิสลามในนามตัวแทนของพวกเขา โดยที่พวกเขาจะนั่งอยู่ข้างๆ และคอยดูเราห้ำหั่นชีวิตกันเอง ตรงนี้เองที่เราจะต้องรับรู้ เราจะต้องเข้าใจแผนการของศัตรู นี่คือข้อบกพร่องของโลกอิสลาม ท่ามกลางประชาชาติอิสลามนั้นเรามีบุคคลกลุ่มหนึ่ง เพื่อที่จะจัดการกับพี่น้องมุสลิมของเขา พวกเขาได้จับมือกับบรรดาศัตรูของอิสลาม วันนี้เราได้เห็นสิ่งที่พวกเขากำลังเข้าใกล้ซาตาน (ชัยฏอน) ไปทุกที เพื่อที่จะทำสงคราม ทำการต่อสู้และจัดการกับพี่น้องมุสลิมของตน วันนี้มีกลุ่มบุคคลที่พร้อมจะร่วมมือกับรัฐบาลไซออนิสต์ เพื่อที่จะคว่ำพี่น้องมุสลิมของตนลงกับพื้นดิน

“แท้จริงพวกเขาได้ยึดเอาบรรดามาร (ชัยฏอน) เป็นผู้คุ้มครองอื่นไปจากอัลลอฮ์ โดยที่พวกเขาคิดว่าพวกเขาคือผู้ได้รับการชี้นำ” (บทอัลอะอ์ร๊อฟ โองการที่ 30

พวกเขาจะประนีประนอมและจับมือกับซาตาน (ชัยฏอน) และความคาดคิดที่หลงผิดของพวกเขาก็คือ พวกเขากำลังก้าวไปในหนทางของทางนำ” (13/3/1393)

(ค) การสร้างอิสลามเทียมเท็จ : “สิ่งที่กำลังพบเห็นอยู่ในโลกอิสลาม (ขณะนี้) ก็คือ บรรดาศัตรูของอิสลามกำลังเผชิญหน้ากับอิสลามด้วยชื่อและเสื้อคลุมแห่งอิสลาม และนั่นก็คือสำนวนที่ท่านอิมาม (โคมัยนี) ผู้เป็นที่เคารพรักของเรา (ขออัลลอฮ์ทรงพึงพอพระทัยต่อท่าน) ได้กล่าวว่า : อิสลามแบบอเมริกัน ตรงข้ามกับอิสลามอันบริสุทธิ์ของท่านศาสดามุฮัมมัด (ซ็อลฯ) อิสลามแบบอเมริกันก็คืออิสลามที่เข้ากันได้กับทรราช (ฏอฆูต) เข้ากันได้กับลัทธิไซออนิสต์สากล ในการรับใช้เป้าหมายต่างๆ ของอเมริกา ภาพภายนอกของมันก็คืออิสลาม ชื่อของมันก็คืออิสลาม แม้บางครั้งอาจจะปฏิบัติพิธีกรรมบางอย่างของอิสลาม ตามที่เราจะได้ยินมา ซึ่งขณะนี้เรายังมีข้อมูลไม่ชัดเจนนัก บุคคลเหล่านี้ได้ปรากฏตัวขึ้นในบางประเทศ ซึ่งล่าสุดนี้ในอิรักและในประเทศอื่นๆ บางประเทศก่อนหน้านี้ โดยชื่ออิสลาม ด้วยรูปลักษณ์ที่บ้าคลั่ง โดยส่วนใหญ่แล้วพวกเขาก็ไม่ได้เคร่งครัดต่อหลักปฏิบัติ บทบัญญัติและหน้าที่บังคับต่างๆ ทางศาสนาที่เป็นเรื่องส่วนตัวสักเท่าใดนัก แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ พวกเขากำลังเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับอิสลามแบบ 180 องศา อย่างแน่นอน อิสลามถือว่าการร่วมทางกับบรรดาศัตรูของศาสนา การยอมรับอำนาจคุ้มครอง (วิลายะฮ์) ของบรรดาศัตรูของศาสนา การยอมรับการคุ้มครองของบรรดามหาอำนาจจอมอหังการนั้น เป็นส่วนหนึ่งจากสิ่งที่ผู้ศรัทธา (มุอ์มิน) จำเป็นจะต้องหลีกเลี่ยง

“บรรดาผู้ศรัทธานั้นจะต่อสู้ในทางของอัลลอฮ์ และบรรดาผู้ปฏิเสธจะต่อสู้ในทางของมาร” บทอันนิซาอ์ โองการที่ 76

หากพวกท่านกำลังขับเคลื่อนไปในหนทางของมาร (ทรราช) ด้วยชื่อของอิสลาม พวกท่านก็จงรับรู้เถิดว่า อิสลามแบบนี้เป็นอิสลามที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่อิสลามที่แท้จริง จะต้องมีปัญหาข้อผิดพลาดในที่ใดที่หนึ่ง วันนี้จะเป็นเช่นนี้” (8/4/1393)

3. เป้าหมายของศัตรูจากกรณีเหล่านี้คืออะไร

(ก) การปิดบังอำพรางปัญหาต่าง ๆ ของตนเอง : “วันนี้ในโลกอิสลาม เพื่อที่หน่วยงานต่างๆ ของจักรวรรดินิยมจะบรรลุเป้าหมายต่างๆ ของความเป็นจักรวรรดินิยมของเขา เพื่อที่พวกเขาจะปกปิดและอำพรางปัญหาต่างๆ ของพวกเขา พวกเขาจะสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในหมู่ชาวมุสลิม พวกเขาจะสร้างความเกลียดกลัวชีอะฮ์ จะสร้างความเกลียดกลัวอิหร่าน เพื่อที่พวกเขาจะรักษารัฐบาลไซออนิสต์ผู้ยึดครองให้คงอยู่ต่อไป เพื่อว่าพวกเขาจะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่จะทำให้นโยบายต่างๆ ของลัทธิจักรวรรดินิยมในภูมิภาคต้องเผชิญกับความล้มเหลวได้ในระดับหนึ่ง แนวทางที่พวกเขามองเห็น ก็คือการที่พวกเขาจะต้องสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในระหว่างประชาชาติมุสลิม” (6/3/1393)

(ข) การขัดขวาง และทำลายระบอบประชาธิปไตยที่ถูกสถาปนาขึ้น : “เป้าหมายหลักจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นล่าสุดในอิรักนั้น คือการลิดรอนสิทธิประชาชนของประเทศนี้จากความสำเร็จต่างๆ ที่พวกเขาได้รับมา แม้จะมีการปรากฏตัวและมีการแทรกแซงจากอเมริกาอยู่ก็ตาม ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดของความสำเร็จเหล่านั้น ก็คืออำนาจการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อเมริกาไม่พึงพอใจต่อแนวโน้มความเป็นไปในขณะนี้ในประเทศอิรัก หมายถึงการจัดการเลือกตั้งโดยการเข้าร่วมอย่างดียิ่งของประชาชน และการกำหนดตัวเลือกต่างๆ ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน เนื่องจากอเมริกาพยายามที่จะทำให้อิรักอยู่ในการครอบงำ (ของตน) และหาทางที่จะทำให้ผู้ที่เชื่อฟังคำสั่งของอเมริกาได้เป็นผู้ปกครอง” (1/4/1393)

(ค) การสกัดกั้นการตื่นตัวของอิสลาม : “มีความพยายามจากบรรดาศัตรูของอิสลามที่จะปราบปรามการตื่นตัวของอิสลาม และในหลายๆ แห่งพวกเขาก็ได้ปราบปรามแล้ว แต่ทว่าการตื่นตัวของอิสลามนั้นไม่อาจจะถูกปราบปรามให้หมดไปได้ ธงที่โบกสะบัดของอิสลามถูกชูขึ้นแล้ว ความสำนึกในอัตลักษณ์แห่งอิสลามในหมู่มุสลิมนั้น วันนี้มันได้เข้มแข็งขึ้นแล้วในทุกจุดของโลก และมันจะเข็มแข็งยิ่งขึ้น” (6/3/1393)

“เราได้เห็นโลกอิสลามในช่วงเวลาก่อนชัยชนะของการปฏิวัติและก่อนการตื่นตัวของอิสลามอยู่ในสภาพที่หลับใหล แต่วันนี้โลกอิสลามอยู่ในสภาพของการตื่นตัวแล้ว เหตุการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในโลกอิสลาม ก็มีส่วนช่วยในการตื่นตัวของประชาชาติอิสลาม มันจะช่วยให้เราเกิดการรับรู้และมีความเข้าใจที่กระจ่างชัดมากยิ่งขึ้น ทำให้เราได้เห็นภาระหน้าที่ของเราได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น บรรดาศัตรูของอิสลามมีความหวาดกลัวต่อความเข้าใจที่ลึกซึ้งของบรรดาผู้ศรัทธาและของประชาชาติอิสลาม เราจึงเป็นจะต้องเสริมสร้างความเข้าใจที่ลึกซึ้ง (บะซีเราะฮ์) นี้ให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้นในแต่ละวัน ก้าวแรกนั้นก็คือ การที่จะเราจะรับรู้ถึงความท้าทายนี้” (8/4/ 1393)

4. บรรดาผู้แสดงในสงครามมีใครบ้าง

สงครามระหว่างผู้ที่มีหัวใจผูกพันอยู่กับตะวันตก กับผู้ที่สนับสนุนความเป็นเอกราชของประเทศต่างๆ : “ในอิรักนั้น บรรดาผู้สืบทอดและกากเดนของรัฐบาลซัดดัม พร้อมกับคนบางกลุ่มที่หลงลืม โง่เขลา ขาดความเข้าใจและขาดจิตวิญญาณ ได้ร่วมมือกันก่ออาชญากรรม บรรดาศัตรูได้เรียกเหตุการณ์ต่างๆ ในครั้งนี้ว่า “สงครามระหว่างชีอะฮ์และซุนนี่” แต่สิ่งนี้เป็นได้แค่เพียงความคาดหวังหนึ่ง (ของพวกเขา) เท่านั้น พวกเขาได้กุเรื่องเท็จโดยเรียกเหตุการณ์ในอิรักว่า เป็นสงครามระหว่างชีอะฮ์กับซุนนี่ แต่ (ในความเป็นจริง) สงครามครั้งนี้คือสงครามระหว่างกลุ่มผู้ก่อการร้ายกับผู้ที่ต่อต้านการก่อการร้าย (มันคือ) สงครามระหว่างผู้ที่ผูกใจอยู่กับเป้าหมายต่างๆ ของอเมริกาและตะวันตก กับผู้ที่สนับสนุนความเป็นเอกราชของชนชาติทั้งหลาย และมันคือสงครามระหว่างมนุษยธรรมกับความโหดร้ายและความป่าเถื่อน ชนชาติทั้งหลายจะต้องเฝ้าติดตามการเคลื่อนไหวเหล่านี้อย่างรอบคอบ และพวกเขาจะต้องรู้ว่า ศัตรูนั้นจะใช้วิธีการทุกอย่างเพื่อที่จะทำลายความเป็นเอกราชและเกียรติศักดิ์ศรีของชาวมุสลิม” (7/4/ 1393)

“ตัวการหลักของการสร้างวิกฤติในอิรักนั้น คือการเป็นศัตรูกับชาวซุนนี่ที่เป็นผู้ศรัทธา (มุอ์มิน) และผู้ที่เชื่อมั่นในเอกราชของอิรัก เช่นเดียวกับที่พวกเขามีความเป็นศัตรูกับชาวชีอะฮ์ ความขัดแย้งหลักที่เกิดขึ้นในอิรักเป็นความขัดแย้งระหว่างผู้ที่ต้องการให้อิรักเข้าอยู่ในค่ายของอเมริกา กับผู้ที่ต้องการความเป็นเอกราชของอิรัก” (1/4/1393)

5.แนวทางในการรอดพ้นออกจากสถานการณ์เช่นนี้คืออะไ

การใช้ความคิด การมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งและความเป็นเอกภาพ : “โลกอิสลามวันนี้ จำเป็นต้องหันกลับมาสู่ความคิด หันกลับมาสู่การคิดใคร่ครวญ และสร้างความเคยชินกับการใช้ความคิด การทำความเข้าใจกับปัญหาต่างๆ อย่างถูกต้อง การวิเคราะห์อย่างถูกต้อง โลกอิสลามวันนี้มีความจำเป็นที่จะต้องทำความรู้จักอย่างแท้จริงต่อแนวรบของศัตรูของประชาชาติอิสลาม เราจะต้องรู้จักบรรดาศัตรูของเรา รู้จักมิตรสหายของเรา บางครั้งเราจะเห็นว่า มีมุสลิมกลุ่มหนึ่งของเราได้ร่วมมือกับศัตรูของเราเสียเอง เพื่อทำลายมิตรสหายของตน ทำลายพี่น้องของตน สิ่งนี้จะยังอันตรายต่อเรา สิ่งนี้จะทำให้ประชาชาติอิสลามตกอยู่ในความระส่ำระสายและประสบกับความอ่อนแอ สิ่งนี้เกิดจากการขาดวิสัยทัศน์ (บะซีเราะฮ์) วันนี้โลกอิสลามจะต้องมีวิสัยทัศน์ (บะซีเราะฮ์)จะต้องมีการไตร่ตรองและการคิดใคร่ครวญ จะต้องขุดเอาขุมคลังแห่งสติปัญญาขึ้นมา وَ یُثیروا لَهُم دَفائِنَ العُقولและ (ปวงศาสดามาเพื่อที่จะ) ขุดพลิกบรรดาขุมคลังแห่งสติปัญญาให้แก่พวกเขา” (นะฮ์ญุลบะลาเฆาะฮ์)

“ความจำเป็นที่สำคัญอีกประการหนึ่งของโลกอิสลาม คือความสามัคคี เราจะต้องข้ามผ่านความแตกต่างที่เป็นข้อปลีกย่อยทั้งหลาย ความแตกต่างทางด้านรสนิยมและความแตกต่างทางความคิดความเชื่อ และจะต้องจัดตั้งประชาติหนึ่งเดียว (อุมมะตัน วาฮิดะฮ์) ขึ้นมาให้ได้

“แท้จริงประชาชาติของพวกเจ้านี้ คือประชาชาติหนึ่งเดียวกัน และข้าคือพระผู้อภิบาลของพวกเจ้า ดังนั้นพวกเจ้าจงเคารพภักดีต่อข้าเถิด” (บทอัลอันบิยาอ์ โองการที่ 92)

“พระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงสูงส่งทรงตรัสไว้เช่นนี้ การมีความเชื่อต่อคัมภีร์อัลกุรอาน การมีความเชื่อต่อศาสดา การมีความเชื่อต่อพระผู้เป็นเจ้าองค์เดียวกัน การมีความเชื่อต่ออาคารกะอ์บะฮ์และกิบลัตหนึ่งเดียวกัน การเผชิญหน้ากับศัตรูหนึ่งเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ยังไม่เพียงพออีกหรือสำหรับความมีเอกภาพของโลกอิสลาม” (6/3/1393)

ประชาธิปไตยแบบอิสลาม : “ประชาธิปไตยแบบอิสลาม ในฐานะที่เป็นต้นแบบในการเยียวยาปัญหาที่ไม่มีใครเหมือน นั่นคือหนึ่งในแนวทางหลักในการจัดการกับศัตรู” (7/4/1393)

แปลและเรียงเรียง : Md Naeem Elahi

ที่มา / islamicstudiesth.com