ความจริงในมุมมองที่แตกต่าง

นักวิชาการชี้อนาคตแผ่นดินไหวในไทยอาจเกิดขึ้นได้ เร่งออกมาตรการควบคุมอาคารอ่อนแอ

739

ศ.ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย หัวหน้าชุดโครงการวิจัยลดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหวในประเทศไทย สกว. เผยกับบีบีซีไทยว่า แผ่นดินไหวที่เกิดขึ้นในเมียนมา ญี่ปุ่น และเอกวาดอร์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่มีความเกี่ยวเนื่องกับประเทศไทยโดยตรง แม้มีสื่อมวลชนพยายามให้ข้อมูลว่าเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งได้กระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์อื่นตามมา ด้วยเห็นว่าอยู่ในวงแหวนแห่งไฟด้วยกัน ซึ่งไม่ใช่ข้อมูลที่ถูกต้อง เพราะเหตุการณ์ทั้ง 3 เกิดในตำแหน่งรอยต่อของเปลือกโลก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวชุกชุมและเคยเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่มาก่อน ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลก

อย่างไรก็ตาม ศ.ดร.เป็นหนึ่ง ระบุว่ายังมีจุดเชื่อมโยงกับไทย ด้วยแผ่นดินไหวที่เมืองคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น เกิดจากรอยเลื่อนแผ่นเปลือกโลกแบบตื้น ที่ส่งผลให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่ตื้นแต่อันตราย ในญี่ปุ่นมีรอยเลื่อนแบบนี้ราว 200 รอย ทำให้มีความเสี่ยงสูง ในขณะที่เมืองไทยมีเพียง 14 รอย หากรอยเลื่อนหลายแนวมีศักยภาพทำให้เกิดแผ่นดินไหวขนาดปานกลางถึงใหญ่ได้ เช่น ที่กาญจนบุรี อาจมีแผ่นดินไหวขนาดมากถึง 7.5 แมกนิจูด หรือเหตุการณ์แผ่นดินไหวในจังหวัดเชียงรายเมื่อ 2 ปีก่อน ต้องเตรียมรับมือ

ศ.ดร. เป็นหนึ่ง ระบุอีกว่า รัฐควรออกมาตรการควบคุมอาคารให้ครอบคลุมกว่าเดิม เพื่อลดความเสี่ยงอาคารถล่มในช่วงแผ่นดินไหว โดยขณะนี้ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร ภายใต้กรมโยธาธิการและผังเมือง กำหนดว่าอาคารที่สูงเกิน 15 เมตร ต้องออกแบบให้ต้านทานแผ่นดินไหว แต่ตนมองว่าอาคารขนาดเล็กก็มีความเสี่ยง จึงควรยกร่างให้ครอบคลุมอาคารที่มีความสูงตั้งแต่ 3 ชั้นขึ้นไป รวมทั้งเร่งให้เจ้าหน้าที่เข้มงวดใช้กฎหมายกับอาคารที่อ่อนแอ ซึ่งทีมวิจัยพบโรงเรียนและอาคารสูงหลายแห่งละเลยการออกแบบให้ต้านทานแผ่นดินไหว ตามที่ พ.ร.บ.กำหนด ทั้งนี้ ในส่วนประชาชนก็ควรตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้

(จากแฟ้มภาพ เหตุการณ์หลังแผ่นดินไหวญี่ปุ่นเมื่อปี 2554)