ความจริงในมุมมองที่แตกต่าง

11 ชาติในอเมริกา…!!!

997

พอได้หอมปากหอมคอ หรือเหม็นปากเหม็นคอ ก็แล้วแต่จะเรียก…สำหรับการประท้วงต่อต้านประธานาธิบดีอเมริกันรายใหม่ ช่วงพิธีสาบานตนเมื่อปลายอาทิตย์ที่ผ่านมา บรรดาผู้ประท้วงถูกกวาดจับไปร่วมร้อยสองร้อย โดยเฉพาะพวกที่ไล่ทุบสำนักงาน อาคาร ร้านค้า แต่ยังไม่ถึงขั้น “เผาบ้านเผาเมือง” เหมือนอย่างบ้านเรา มีแค่คิดเผาตัวตาย คล้ายๆ ประเภทผูกคอตายหลังขับแท็กซี่ชนรถถัง อะไรประมาณนั้น…

ส่วนจำนวนผู้ต่อต้าน-ผู้สนับสนุน ก็อยู่ในระดับพอฟัด-พอเหวี่ยง ขณะที่พวกต่อต้านใส่หมวกสีชมพูเดินจาก Independence Avenue มายังทำเนียบ White House ว่ากันว่าอยู่ในระดับครึ่งล้าน แต่พวกที่ดาหน้าเข้ามาแห่แหน ร่วมแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีคนใหม่ ก็ปาเข้าไปเฉียดๆ ล้าน ภายใต้สีสันบรรยากาศเช่นนี้ จะส่งผลให้ “จักรวรรดิโลก” อย่างอเมริกา เปลี่ยนแปลงไปแบบไหน หรือไม่ อย่างไร ภายในอนาคตอันใกล้ นั่นถือเป็นคำถาม ที่ไม่ว่าใครก็ใครต่างให้ความสนใจจับตามองไปด้วยกันทั้งสิ้น…

560000000754301

ถ้าสรุปรวมความแบบสั้นๆ ง่ายๆ ตามที่พวกผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายได้ออกมาเสนอคำตอบไว้เยอะแยะ ก็คงประมาณว่า ทางแรก…อาจไม่ถึงกับเปลี่ยนแปลงอะไรกันมากมาย โดยเฉพาะถ้าหากผู้ที่เรียกๆ กันว่า พวก “Deep State” หรือ “State within a State” หรือพวกที่อยู่เบื้องหลังรัฐบาลอเมริกันมาในทุกยุคทุกสมัย ไม่ว่าเดโมแครต หรือรีพับลิกันก็ตาม สามารถคุมประธานาธิบดี ไม่ให้บ้าเกินไป หลุดกรอบ เลยกรอบ ไปจากความเป็น “จักรวรรดินิยมอเมริกัน” มากมายนัก พ้นไปจากนี้อีก 4 ปี ค่อยไปเลือกตั้งกันใหม่ โดยจะได้ตัวประธานาธิบดีที่บ้ายิ่งไปกว่าเดิม หรือบ้าน้อยกว่าเดิม คงต้องไปว่ากันอีกที…

ส่วนอีกทางหนึ่ง…ถ้าหาก “Deep State” เอา “ทรัมป์” ไม่อยู่ และ “ทรัมป์” เองก็คงควบคุม “Deep State” แทบไม่ได้ หรือไม่มีใครสามารถคุมใครไปด้วยกันทั้งสิ้น อันนี้…โอกาสที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงแบบชนิดพลิกหน้ามือเป็นหลังตีน ย่อมมีโอกาสเป็นไปได้ไม่น้อย เพราะสังคมอเมริกันนั้น…คงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันออกไปทาง “หม้อต้มจับฉ่าย” มานานแล้ว ไม่ได้มีประวัติศาสตร์ เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ใดๆ เอาไว้ยึดมั่นถือมั่นมากมายซักเท่าไหร่นัก มีแต่สิ่งที่เรียกว่า “เสรีภาพ” และ “ประชาธิปไตย” ที่พอเอาไว้ใช้ “ป.ย.ป.” ระหว่างกันและกัน แต่ยิ่งนานวัน…ไม่ว่าเสรีภาพหรือประชาธิปไตย มันออกไปทางเสรีภาพปลอมๆ ประชาธิปไตยปลอม ไปด้วยกันทั้งนั้น อันนี้นี่แหละ…ที่มันอาจทำให้หม้อต้มจับฉ่าย “แตกดังโพล๊ะ” ขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ย่อมได้…

อย่างที่นักเขียน นักหนังสือพิมพ์แนวสืบสวนสอบสวนชื่อดัง “นาย Colin Woodard” ที่เพิ่งได้รับรางวัล “2012 George Polk Award” จากผลงานการเขียนมาหมาดๆ ได้สรุปไว้ในหนังสือเล่มใหม่ของแกที่ใช้ชื่อว่า “American Nations: A History of Eleven rival Regional Cultures in North America” นั่นแหละว่า เอาเข้าจริงๆ แล้ว…โดยลักษณะทางวัฒนธรรม ค่านิยม ทัศนคติของชาวอเมริกาทุกวันนี้สามารถแยกออกเป็นชาติต่างๆ ได้ไม่น้อยกว่า 11 ชาติ ถึงขั้นนั้น มีทั้งประเภทที่ออกไปแนวที่ถูกขนานนามว่า พวก “Yankeedom” พวกที่ถูกเรียกว่า “New Netherland” พวก “The Midland” “Tidewater” “Greater Appalachia” พวก “Deep South” “El Norte” “Left Coast” ฯลฯ อะไรต่อมิอะไรอีกมากมายเยอะแยะ ใครสนใจคงต้องลองไปหาอ่านกันเอาเอง…

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ…ถ้าหากเมื่อไหร่ที่ “ผลประโยชน์” มันเกิดขัดกันแย้งกัน ในระดับลึกลงไปถึงโครงสร้างแล้ว สิ่งที่เรียกว่า “เสรีภาพ” หรือ “ประชาธิปไตย” ก็แทบ “เอาไม่อยู่” ไปด้วยกันทั้งสิ้น มันถึงได้กลายเป็นตัวจุดชนวน “สงครามกลางเมือง” ขึ้นมาในอเมริกาเมื่อกว่า 200 ปีที่แล้ว แม้ช่วงระยะนั้นคำว่า “เสรีภาพ” และ “ประชาธิปไตย” ยังดูขลัง ดูศักดิ์สิทธิ์กว่าทุกวันนี้ไม่รู้กี่สิบกี่ร้อยเท่า ด้วยเหตุนี้…สิ่งที่อาจพอช่วยให้ “หม้อต้มจับฉ่าย” ในอเมริกา ไม่เกิดอาการ “แตกดังโพล๊ะ” ขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนอย่างที่เคยเป็นมาในช่วงอดีต มันคงไม่ใช่แค่ถ้อยคำสวยหรู หะรูหะรา อย่างคำว่า “เสรีภาพ” หรือ “ประชาธิปไตย” ที่ออกไปทางลอยๆ ปลอมๆ หรือหนักไปทาง “มายาภาพ” ยิ่งขึ้นทุกที แต่มันคือถ้อยคำเรียบๆ ง่ายๆ อันเป็นสิ่งซึ่งมวลมนุษย์ทุกชาติ ทุกวัฒนธรรม ทุกค่านิยม ประเพณี ต่างปรารถนาจะได้มาด้วยกันทั้งสิ้น นั่นคือคำว่า “ธรรมะ” ที่รวมเอาความยุติธรรม คุณธรรม ศีลธรรม เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อรองรับระบบหรือระบอบใดๆ ก็ตาม ให้เป็นไปในทางที่จะนำมาซึ่งความสุข ความสงบ ความมีสันติภาพ สันติธรรม ได้อย่างเป็นจริงเป็นจังนั่นเอง…

ที่มา : http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9600000007213

————————————————————————–
เข้าถ้ำ RONIN คลิกที่ LINK ตามนี้ : https://line.me/R/ti/p/%40mheecnn