ความจริงในมุมมองที่แตกต่าง

การมีความรักต่ออะฮฺลุลบัยตฺ เป็นหนึ่งในโอกาสใน “การสร้างเอกภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของบรรดามุสลิม”

572

leader.ir / เมื่อช่วงเช้าของวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา บรรดาแขกผู้เข้าร่วมในการประชุมสัมมนา ”ผู้ที่รักต่ออะฮฺลุลบัยตฺและปัญหาตักฟีรีย์”ได้เข้าพบผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ซึ่ง ฯพณฯ อยาตุลลอฮฺ คาเมเนอี ถือว่า เอกภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของประชาชาติอิสลามในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ คือ สิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุด และยังกล่าวเสริมว่า “สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านได้ยืนหยัดในการเผชิญหน้ากับแผนการสมรู้ร่วมคิดของฝ่ายชาติมหาอำนาจและไซออนิสต์เพื่อที่จะสร้างความแตกแยกและสงครามระหว่างบรรดามุสลิมด้วยกัน และเราจะยังคงยืนหยัดต่อไปด้วยกับพระกรุณาธิคุณของพระผู้เป็นเจ้า ซึ่งเราจะได้รับชัยชนะเหมือนดั่งที่ต้นไม้ที่ชั่วร้ายได้ถูกตัดขาดและโค่นล้มในอิรักและซีเรียมาแล้ว”

ผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม กล่าวว่า “ถึงแม้ว่า กลุ่มก่อการร้ายไอซิสจะถึงจุดจบในอิรักและซีเรียแล้วก็ตาม แต่ทว่า เราอย่าได้เพิกเฉยต่อแผนการที่หลอกลวงของเหล่าศัตรูเป็นอันขาด เพราะว่า อเมริกาและรัฐเถื่อนไซออนิสต์และพันธมิตรของมันจะไม่ยอมลดละในความปฏิปักษ์กับอิสลามอย่างแน่นอน และเป็นไปได้ว่า จะมีการวางแผนการณ์ร้ายใหม่ที่เหมือนกับกลุ่มไอซิสและกลุ่มอื่นๆที่คล้ายคลึงกันในภูมิภาคนี้อีกเช่นกัน”

อยาตุลลอฮฺ คาเมเนอี ยังเน้นว่า ไม่ควรให้ความสนใจต่อศัตรู ซึ่งเราจำเป็นที่จะต้องมีการตื่นตัวและมีความฉลาดหลักแหลมเป็นอย่างยิ่ง โดยกล่าวเสริมว่า “หนึ่งในลักษณะของการตื่นตัวนี้ ก็คือ การมีความรักและการเป็นมิตรกันระหว่างประชาชาติอิสลาม และสิ่งที่จำเป็นในความรักนี้ คือ การเผชิญหน้ากับปัจจัยต่างๆที่เป็นศัตรูกับโลกอิสลามหรือให้ช่วยเหลือกับเหล่าศัตรูของอิสลาม”

ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม ถือว่า การมีความรักต่ออะฮฺลุลบัยตฺเป็นหนึ่งในโอกาสในการสร้างเอกภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของบรรดามุสลิม โดยกล่าวว่า “หน้าที่ๆสำคัญที่สุดของบรรดาผู้ที่มีความรักต่ออะฮฺลุลบัยตฺ(อ) ในประเทศต่างๆก็คือ การให้ความเข้าใจต่อชาวมุสลิมทั้งหลายเกี่ยวกับความเป็นจริงของโลกอิสลามและการเกิดขึ้นในการตื่นตัวและความฉลาดหลักแหลมในการเผชิญหน้ากับแผนการสมรู้ร่วมคิดของเหล่าศัตรูเพื่อที่จะสร้างความแตกแยกในโลกอิสลาม

“โลกอิสลามในวันนี้ สามารถที่จะยืนหยัดต่อการเผชิญหน้ากับมหาอำนาจและผู้ปฏิเสธได้”

อยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า บรรดามุสลิมในประเทศต่างๆนั้นคือ ความเป็นจริงหนึ่งที่จะต้องเผชิญหน้ากับฝ่ายมหาอำนาจและฝ่ายผู้ปฏิเสธ โดยท่านยังตั้งข้อสังเกตว่า “โลกอิสลามในวันนี้ สามารถที่จะยืนหยัดต่อการเผชิญหน้ากับมหาอำนาจและผู้ปฏิเสธได้ ในขณะที่รัฐอิสลามแห่งอิหร่านนั้นต้องการที่จะทำให้ชะรีอัต(กฏหมายบัญญัติ)ของอิสลามเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์ ซึ่งสิ่งนี้เป็นสื่อที่จะทำให้มีชัยชนะเหนือเหล่าศัตรูได้”

ผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ชี้ถึงความสามารถและพลังในการเผชิญหน้ากับฝ่ายมหาอำนาจ โดยประกาศอย่างชัดเจนว่า สาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านจะเข้าร่วมในการเผชิญหน้ากับฝ่ายผู้ปฏิเสธและมหาอำนาจและช่วยเหลือต่อผู้กดขี่ทั้งหมดทั่วโลก อีกทั้งในประเด็นนี้จะไม่มีความเกรงใจผู้ใดอีกต่อไป

(ประเด็นปาเลสไตน์เป็นปัญหาแรกของโลกอิสลาม)

ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม ยังถือว่า ประเด็นปาเลสไตน์เป็นปัญหาแรกของโลกอิสลาม และกล่าวเสริมว่า กุญแจแห่งชัยชนะเหนือเหล่าศัตรูของอิสลาม ก็คือ ประเด็นปาเลสไตน์ เพราะว่าฝ่ายศัตรูชาติมหาอำนาจและผู้ปฏิเสธ รัฐเถื่อนไซออนิสต์ด้วยกับการยึดครองประเทศอิสลามของปาเลสไตน์ และได้เปลี่ยนแปลงให้เป็นฐานในการเกิดช่องว่างทางความมั่นคงของประเทศต่างๆในภูมิภาคนี้ และเราจะต้องกำจัดกับก้อนเนื้อร้ายของมะเร็งอิสราเอลนี้อย่างแน่นอน”

ท่านอยาตุลลอฮ์ คาเมเนอี ถือว่า เป้าหมายหลักของเหล่าศัตรูจากการสร้างความแตกแยกในหมู่ชาวมุสลิม คือ การสร้างความมั่นคงให้กับรัฐเถื่อนไซออนิสต์ โดยกล่าวว่า “เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า วันหนึ่งจะมาถึงซึ่งเป็นวันที่ชาวปาเลสไตน์ได้เป็นเจ้าของแผ่นดินของพวกเขาและเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองของโลกอิสลามอย่างแท้จริง”

ท่านผู้นำสูงสุดการปฏิวัติอิสลาม ยังเน้นอีกว่า ในวันที่ปาเลสไตน์จะกลับสู่อ้อมแขนของชาวปาเลสไตน์ จะเป็นวันที่การทุบตีสันหลังของมหาอำนาจเกิดขึ้นอย่างแท้จริงและเราจะพยายามเพื่อที่จะให้ถึงในวันนั้น…