YOU ARE HERE: Home ทัศนะ/บทความ บทสรุปเหตุการณ์ในซีเรีย ทฤษฎี Butterfly effect

บทสรุปเหตุการณ์ในซีเรีย ทฤษฎี Butterfly effect

อีเมล พิมพ์ PDF

butterflyeffect

สำนักข่าว IMM : เหตุการณ์ร้ายและการเข่นฆ่าที่เกิดขึ้นในซีเรีย คือเหตุการณ์ที่รัฐบาลวอชิงตัน และพันธมิตรผู้ชั่วร้ายของมันคือขบวนการไซออนิสต์อิสราเอล วะฮาบีย์ซาอุดี้ได้ร่วมกันวางแผนสร้างความวุ่นวายในซีเรีย เพื่อสร้างปฏิกิริยาแบบทฤษฎี Butterfly effect ด้วยแผนการและเป้าหมายเพื่อล้มล้างสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน

 

ทั้งหมดเกิดจากการสมคบคิดของขบวนการยิวไซออนิสต์และขบวนการวะฮาบีย์ โดยมีรัฐบาลซาอุดี้ฯ อิสราเอลและอเมริกาคอยบัญชาการ

เหตุการณ์ร้ายและการเข่นฆ่าที่เกิดขึ้นในซีเรีย คือเหตุการณ์ที่รัฐบาลวอชิงตัน และพันธมิตรผู้ชั่วร้ายของมันคือขบวนการไซออนิสต์อิสราเอล วะฮาบีย์ซาอุดี้ได้ร่วมกันวางแผนสร้างความวุ่นวายในซีเรีย เพื่อสร้างปฏิกิริยาแบบทฤษฎี Butterfly effect ด้วยแผนการและเป้าหมายเพื่อล้มล้างสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน

ซีเรียคือจุดยุทธศาสตร์สำคัญในแผนการนี้ พวกยิวจึงเริ่มต้นด้วยการสนับสนุนพวกลัทธิวะฮาบีย์ให้ก่อการจลาจลต่อต้านรัฐบาลซีเรียซึ่งจะเห็นได้จากข่าวอย่างมากมาย ที่สำนักข่าวที่เป็นเครือข่ายของตะวันตกได้โหมกระพือข่าวสารด้านเดียว Propaganda เพื่อให้ชาวโลกได้ชิงชังรัฐบาลซีเรีย (เพราะรัฐบาลซีเรียนั้นเป็นพันธมิตรที่ดีกับอิหร่านและฮิซบุลลอฮ์เลบานอน)

โดยเฉพาะลัทธิวะฮาบีย์ที่นิยมผู้ก่อการร้ายอัลกออิดะฮ์ ในไทย ได้ทำการยุแยงให้พี่น้องมุสลิมในไทยเกลียดชังมุสลิมชีอะฮ์ โดยนำภาพตัดแต่งต่างๆ มาใส่ร้ายมุสลิมชีอะฮ์ เพื่อให้เกิดความเกลียดชังระหว่างกัน ทั้งที่ในประเทศไทยระหว่างสุนนี่และชีอะฮ์อยู่อย่างรักใคร่กลมเกลียวกันพึ่งพาอาศัยกันและกันมานานนับกว่า 500 ปี

ตะวันตกและพันธมิตรต้องการที่จะทำลายรัฐบาลสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน โดยการเริ่มต้นทำลายพันธมิตรของอิหร่าน คือซีเรีย ทั้งๆ ที่กลุ่มวะฮาบีย์เองก็รู้ดีว่าชีอะฮ์ในสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่าน และซีเรียมันคนละนิกายกัน อิหร่านเป็นชีอะฮ์ นิกายอิมามียะฮ์ อิษนาอะชารียะฮ์ ส่วนซีเรียเป็นชีอะฮ์ นิกายอะลีย์วียะฮ์ หรือ อะลาวีย์ แต่กลุ่มวะฮาบีย์ ก็ยังทำการโฆษณาชวนเชื่อโดยการผูกโยงว่า ชีอะฮ์ทั้งสองนิกายเป็นชีอะฮ์เหมือนกัน ทั้งๆ ที่ทั้งสองนิกายมีความแตกต่างกันในความเหมือน ซึ่งก็เหมือนกับกลุ่มวะฮาบีย์ กับกลุ่มพี่น้องสุนนี่ 4 มัซฮับ ที่มีความแตกต่างในเหมือนในรายละเอียดปลีกย่อย

การที่รัฐบาลไซออนิสต์อิสราเอลได้ทำการสนับสนุนกลุ่มวะฮาบีย์ในซีเรีย ที่เข้าไปยุยงปลุกปั่นประชาชนชาวซีเรียให้ลุกขึ้นต่อต้านรัฐบาลซีเรีย โดยการส่งเงินและอาวุธ ส่งหน่วยก่อการร้าย ฝึกฝนผู้ต่อต้านในการใช้อาวุธเช่นการใช้ปืนอูซี่ (ผลิตในอิสราเอล) และวางแผนอย่างแยบยล โดยไปฆ่าประชาชนผู้บริสุทธิ์แล้วโยนความผิดให้รัฐบาล ทำให้ประชาชนยิ่งเกลียดรัฐบาลมากขึ้น ซึ่งแท้จริงแล้วประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศนี้นั้นสนับสนุนรัฐบาลซีเรียอยู่

พร้อมกันนั้นขบวนการผู้เสื่อมใสในลัทธิวาฮาบีย์เอง ก็ได้ออกโรงเพื่อสนับสนุนการต่อต้าน และโยนความผิดต่างๆ นานา รวมถึงการตัดต่อภาพให้กับมุสลิมชีอะฮ์ สร้างภาพว่ามีการบังคับให้สูญูดต่อภาพของประธานาธิบดีซีเรีย และพวกวะฮาบีย์ในต่างประเทศรวมถึงในประเทศไทยพยายามโฆษณาชวนเชื่อว่า ชีอะฮ์กำลังสังหารสุนนี่ในซีเรีย ทั้งๆ ที่วะฮาบีย์เหล่านี้เองที่กำลังเข่นฆ่าพี่น้องสุนนี่ในซีเรีย ซึ่งเป็นการใส่ร้ายร้ายป้ายสีที่น่าชิงชังรังเกียจมาก

ซึ่งถ้าเราพิจารณาเหตุการณ์ในตะวันออกกลางให้ดี เราก็จะเห็นว่าในประเทศบาห์เรนนั้น ประชาชนทั้งพี่น้องสุนนี่ และชีอะฮ์ ก็ถูกรัฐบาลบาห์เรน และทหารซาอุดี้และคูเวตเข้าไปเข่นฆ่าประชาชนชาวบาห์เรนให้ล้มตายเป็นจำนวนมาก ทั้งอาวุธในประเทศและอาวุธยุทโธปกรณ์มากมายที่ขนมาจากประเทศวะฮาบีย์เพื่อทำการกดขี่พี่น้องสุนนี่และชีอะฮ์ในบาห์เรน แต่ทำไมพวกลัทธิวะฮาบีย์จึงเงียบเหมือนเป่าสากไม่เป็นเดือดเป็นร้อนเลย

นั่นหมายความว่าลัทธิวะฮาบีย์กำลังเป็นเครื่องมือของยิวไซออนิสต์เพื่อสร้างความแตกแยกในสังคมมุสลิม ที่ทั้งก่อนหน้านี้พี่น้องสุนนี่และชีอะฮ์นั้นอ ยู่ร่วมกันอย่างสงบมาเป็นเวลาช้านาน

หากแผนการ Butterfly effect ครั้งนี้ สามารถขยายได้สำเร็จ อเมริกาและอิสราเอลก็จะเริ่มทำสงครามโจมตีสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านด้วยอาวุธมหาปะลัยทันทีเพื่อขจัดเสี้ยนหนามการครองโลก แต่อเมริกาและวะฮาบีย์หารู้ไม่ว่า...นั่นคือสัญญาณแห่งการล้มสลายของทำเนียบดำ

และรัฐบาลวะฮาบีย์ที่มีกองทหารอเมริกาคุ้มกะลาหัวอยู่ในซาอุดี้...คิดว่าราชวงศ์กบฏของตัวเองจะรอดพ้นจากภัยพิบัตินี้...ขอบอกว่าไม่มีทาง...เมื่ออเมริกาลูกพี่ใหญ่ของซาอุดี้ล้มสลาย...ราชวงศ์ที่ทำลายเกียรติของอิสลามด้วยการเอาทหารครูเสดแห่งยุคสมัยไปคุ้มครองแผ่นดินหะรอม...ก็จะต้องชดใช้ด้วยโทษทัณฑ์ที่ใหญ่หลวงจากพระผู้เป็นเจ้า

โดย Butterfly

Share

Newer news items:
Older news items: